Free Web space and hosting from freehomepage.com
Search the Web

การสร้างเครื่องมือในการเก็บข้อมูลเพื่อการประเมินผล

อมรรัตน์   แกมทอง   นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล 7

การประเมิ่นผลเป็นขั้นตอนหนึ่งของการฝึกอบรม   ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการฝึกอบรมนั้น ๆ และสิ่งที่มีความสำคัญที่สุดในการประเมินผล คือ การสร้างและการใช้เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งนี้ หากเครื่องมือที่นำมาใช้ไม่มีคุณภาพดีพอ ก็จะทำให้ข้อมูลที่ได้ขาดความน่าเชื่อถือ   ผู้ที่ทำการประเมินต้องมีความรู้และระมัดระวังในเรื่องการสร้างและใช้เครื่องมือให้ถูกต้อง
เครื่องมือที่ดี จะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ   ดังต่อไปนี้
  1. มีความเที่ยงตรง (Validity) คือ สามารถวัดในสิ่งที่ต้องการวัดได้
  2. มีความเชื่อถือ (Reliability) คือ สามารถวัดได้คงที่ แน่นอน ไม่ว่าจะวัดกี่ครั้งโดยใคร ผลที่ได้จะตรงกัน
  3. มีอำนาจจำแนก (Discrimination Power) คือ สามารถแยก หรือแบ่งกลุ่มผู้ตอบออกเป็นระดับต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องตรามสภาพความเป็นจริง เช่น จำแนกคนมีความรู้ออกจากคนที่ไม่มีความรู้
  4. มีความเป็นปรนัย (Objectivity)   คือ ลักษณะคำถามไม่คลุมเครือ มีการให้คะแนนคงที่ และการแปลคะแนนคงที่ ไม่ว่าผู้ใดแปลผลก็จะได้เหมือนกัน
  5. มีประสิทธิภาพ (Efficiency) คือ วัดได้เที่ยงตรง   เชื่อถือได้   และใช้ได้ง่ายโดยสิ้นเปลืองเวลา และค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
  6. มีความยากง่ายเหมาะสม และให้เวลาในการทำพอเหมาะ (โดยเฉพาะกรณีของแบบทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้)
เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลที่นิยมใช้กันทั่วไป   มี 4 อย่าง คือ
  1. การใช้แบบสอบถาม (Questionaire)
  2. การสัมภาษณ์ (Interview)
  3. การสังเกต (Observation)
  4. การใช้แบบทดสอบ (Testing)
  การใช้แบบสอบถาม
แบบสอบถามเป็นเครื่องมือที่นิยมใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมู่ล   เพราะประหยัดงบประมาณ เวลา และเหมาะสมกับการเก็บข้อมูลที่อยู่ในลักษณะกระจาย และเป็นจำนวนมาก ๆ  แบบสอบถาม จำแนกได้ 2 ชนิด คือ
1.   แบบสอบถามปลายเปิด (Open ended Questionnaire)  
เป็นแบบสอบถามที่กำหนดคำถามแล้วไม่มีคำตอบให้เลือก ผู้ตอบสามารถเขียนตอบตามความต้องการ เช่น ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมที่มีต่อการเข้ารับการฝึกอบรม หัวข้อวิชาที่ต้องการให้เพิ่มลงไปในหลักสูตร   เป็นต้น
2.   แบบสอบถามปลายปิด (Close  Ended Questionnaire)  
เป็นแบบสอบถามที่กำหนดคำถาม และมีคำตอบให้เลือก เช่น
  • เพศ   (  ) ชาย     (  ) หญิง
  • อายุ    (  ) 20 - 30 ปี    (  ) 30 - 40 ปี     (  )   41 ปีขึ้นไป
ลักษณะของแบบสอบถามที่ดี
  1. มีรูปร่างและขนาดของแบบฟอร์ม และตัวอักษรเหมาะสมได้ขนาด อ่านง่าย
  2. เรียงเลขข้อ แะหน้าอย่างมีระเบียบ เว้นระยะให้สะดวกแก่การอ่าน
  3. มีคำแนะนำในการตอบอย่างชัดเจน พร้อมตัวอย่าง (ถ้ามี)
  4. ใช้กระดาษที่มองดูน่าสนใจ และอาจมีสัญลักษณ์อื่น ๆ เช่นรูปภาพ
  5. ข้อคำถาม ไม่ควรมีคำถามมากนัก เพราะจะใช้เวลามากเกินไป
  6. ควรมีจดหมายนำแบบสอบถาม (หรือข้อความนำ) อธิบายจุดมุ่งหมาย และความสำคัญของการตอบด้วย
  7. ถ้าเป็นการส่งทางไปรษณีย์ ควรสอดซอง แสตมป์ พร้อมจ่ายหน้าซองจดหมาย
การสร้างแบบสอบถามที่ดี และใช้ได้อย่างเหมาะสมนั้นทำได้ยาก เพราะการสร้างแบบสอบถามที่ดี ต้องอาศัยการกำหนดจุดมุ่งหมายที่จำเพาะและชัดเจน   ข้อความที่ใช้ต้องเป็นภาษาที่ดีเข้าใจง่าย และรูปแบบของแบบสอบถามต้องน่าสนใจด้วย
ขั้นตอนในการสร้างแบบสอบถาม
  1. กำหนดวัตถุประสงค์ของแบบสอบถาม
  2. กำหนดประเด็นหลักของเนื้อหา
  3. แจกแจงประเด็นหลัก   ประเด็นย่อย
  4. กำหนดจำนวน และประเภทของข้อคำถาม
  5. ตรวจสอบความสอดคล้องของข้อคำถามกับประเด็นย่อย ประเด็นหลัก
  6. ทดลองใช้  แก้ไข   จัดพิมพ์
  การสัมภาษณ์ (Interview)
เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลในลักษณะที่ ผู้รวบรวมข้อมูลมีโอกาสพบปะสนทนากับผู้ให้ข้อมู่ล แต่เป็นการสนทนาแบบมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน   อาจทำแบบเป็นทางการ หรือแบบไม่เป็นทางการก็ได้
การสัมภาษณ์ แบ่งออกเป็น  2 ประเภท คือ
  1. การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างแน่นอน (Unstructure Interview)   ใช้ในกรณีที่ต้องการข้อมูลแนวลึก   รายละเอียดมาก ๆ ในแบบสัมภาษณ์จะมีแต่หัวข้อใหญ่ ๆ การตั้งคำถามอยู่ที่ผู้สัมภาษณ์เอง   ดังนั้นการตั้งคำถามในรายละเอียดของผู้สัมภาษณ์ แต่ละคนอาจจะแตกต่างกันออกไปตามสถานการณ์ หรือข้อมูลที่ได้ในขณะสัมภาษณ์
  2. การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structure Interview)    แบบสัมภาษณ์แบบนี้มีลักษณะเป็นแบบสอบถาม   มีรายละเอียดของคำถามต่าง ๆ ที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการถามผู้ถูกสัมภาษณ์   ผู้สัมภาษณ์ทุกคนจะถามคำถามที่เหมือน ๆ กัน
เทคนิคการสัมภาษณ์ที่ดี
  1. พยายามสร้างสถานการณ์ให้ดูเป็นการสนทนา
  2. การสัมภาษณ์มิใช่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่าพูดจาเชิงสอนผู้ถูกสัมภาษณ์
  3. ตั้งคำถามให้แหลมคม   แต่หลีกเลี่ยงข้อความที่กระทบกระเทือนผู้ถูกสัมภาษณ์
  4. ต้องมั่นใจว่าผู้ให้สัมภาษณ์เข้าใจคำถาม
  5. อย่าใช้อารมณ์ในขณะสัมภาษณ์
  6. ถ้าจะใช้เครื่องบันทึกเสียงต้องขออนุญาตผู้ให้สัมภาษณ์ก่อน
  7. ควรมีคำถามที่ตรวจสอบคำตอบได้ด้วย โดยมิให้ผู้สัมภาษณ์รู้ตัว
  8. กรณีที่ผู้ถูกสัมภาษณ์ตอบไม่ตรงประเด็น ต้องพยายามตะล่อมให้เข้าจุด
   การสังเกต (Observation)
เป็นกระบวนการในการเก็บข้อมูล   โดยการบันทึกพฤติกรรมของกลุ่มตัวอย่างในสถานการณ์เฉพาะ โดยอาศัยประสาทสัมผัสของผู้สังเกตเป็นหลัก ซึ่งควรได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีแล้ว
ประเภทของการสังเกต
  1. การสังเกตแบบมีส่วนร่วม   (Participant Observation)
  2. การสังเกตุแบบไม่มีส่วนร่วม (Non-participant Observation)
  3. การสังเกตแบบกึ่งมีส่วนร่วม (Quasi-participant Observation)
ลักษณะของแบบสังเกตที่นิยมใช้
  1. แบบตรวจสอบรายการ (Checklist)    เป็นเครื่องมือที่ประกอบด้วยข้อความซึ่งระบุถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการประเมิน การบันทึกส่วนใหญ่จะเป็นการบันทึกว่ามีหรือไม่
  2. แบบประเมินค่า (Rating Scale)   เป็นแบบสังเกตที่ใช้ในการประเมินของสิ่งที่สังเกต โดยการแปลงค่าในด้านคุณภาพให้อยู่ในรูปของตัวเลขหรือประมาณ โดยการจัดลำดับความมากน้อย เช่น การบันทึกพฤติกรรมการสอนของวิทยากร

 

 <--- Back กลับเมนูบท

       กลับหน้าหลัก